ประกาศ ก.บช.
ฉบับที่ 44 (พ.ศ. 2544)
เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
และการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนของผู้ที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ตามที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี
(ก.บช.) ได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์
การพิจารณาการปฏิบัติงานสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
และหลักเกณฑ์การพิจารณาไม่รับขึ้นทะเบียน
เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตสำหรับกรณีผู้สอบบัญชีซึ่งเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตไว้แล้ว
นั้น
บัดนี้
คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี (ก.บช.)
เห็นสมควรแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์
ดังกล่าวเพื่อให้การควบคุมมรรยาทของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตการสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชี
รับอนุญาตและ การพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของผู้ที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ตามบทบัญญัติมาตรา 18 มาตรา19และมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี
พ.ศ.2505 เป็นไปด้วยความ
เหมาะสมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี
(ก.บช.) จึงออกประกาศไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ให้ยกเลิก
(1)
ประกาศสำนักงาน ก.บช. เรื่อง การพิจารณาการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตลงวันที่
7 ตุลาคม
พ.ศ. 2535
(2)
ประกาศ ก.บช. เรื่อง การพิจารณาไม่รับขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตสำหรับกรณีผู้สอบบัญชีซึ่ง
เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต ลงวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.
2535
(3)
ประกาศ ก.บช. ฉบับที่ 39 (พ.ศ.2540) เรื่อง การพิจารณาการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ลงวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2540
ข้อ 2. ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี
พ.ศ. 2505
ข้อ 2 (2) (ก) ได้กำหนดมรรยาทของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไว้ว่าต้องไม่สอบบัญชีในกิจการที่เกินความรู้
ความสามารถของตนที่จะปฏิบัติงานได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากขอบเขตการปฏิบัติงานและแนวทางการ
ปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพสอบบัญชีที่จะพึงปฏิบัติหน้าที่ได้โดยมีประสิทธิภาพแล้ว
จะมีความสามารถในการตรวจสอบและรับรองการสอบบัญชีได้ไม่เกิน
300 รายต่อปี ดังนั้นในกรณีที่
ปรากฏว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาตผู้ใดลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชีเกินกว่า
300 รายต่อปี จะพึงถือว่า
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตผู้นั้นสอบบัญชีในกิจการที่เกินความรู้ความสามารถของตนที่จะปฏิบัติงานให้เป็นไป
ตามมาตรฐานการสอบบัญชีได้ เป็นการไม่รักษามรรยาทของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ข้อ
3. เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีและป้องกันมิให้มีการแอบอ้าง
ใช้ชื่อของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในรายงานการสอบบัญชี
จึงให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแจ้งรายชื่อธุรกิจผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี
พ.ศ. 2543 ที่ตนจะลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชีใน
รอบปีบัญชีถัดไปต่อสำนักงาน ก.บช. ภายในวันที่
30 มิถุนายนของทุกปี และในกรณีที่จำนวนธุรกิจผู้มี
หน้าที่จัดทำบัญชีที่ตนจะลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชีเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากที่ได้แจ้งไว้แล้ว
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้นต่อสำนักงาน
ก.บช. ภายใน 1 เดือน นับแต่วันสิ้นเดือนของ
เดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงก่อนวันที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตลงลายมือชื่อรับรอง
การสอบบัญชีในรายงานการสอบบัญชีด้วย
ข้อ 4. ในการตรวจพิจารณาว่างบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดย
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือไม่และโดยผู้ใดพนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบจากรายชื่อธุรกิจผู้มี
หน้าที่จัดทำบัญชีที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้แจ้งไว้ตามข้อ
3 หรือข้อ 7แล้วแต่กรณี หากไม่ปรากฏ
รายชื่อธุรกิจผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ยื่นงบการเงินดังกล่าวอยู่ในบัญชีรายชื่อที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ได้แจ้งไว้ดังกล่าว หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไม่ได้ยื่นแจ้งรายชื่อไว้หรือยื่นพ้นกำหนดเวลาตามที่
กำหนดไว้ตามข้อ 3 หรือข้อ 7 แล้วแต่กรณีจะถือว่างบการเงินรายนั้นไม่ได้รับการตรวจสอบและแสดง
ความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ข้อ 5. ตามบทบัญญัติมาตรา 19 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี
พ.ศ.2505 กำหนดไว้ว่า
ก่อนการพิจารณาสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตให้มีการไต่สวนโดยให้โอกาส
แก่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตนั้นได้ทราบข้อกล่าวหาและยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ถูกกล่าวหา ในการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและกำหนดเวลา
ให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดเวลาให้เหมาะสมแก่กรณีเป็นเรื่อง
ๆ ไป
เมื่อพ้นระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวแล้ว
ผู้นั้นไม่ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
หรือมีพฤติกรรมที่เป็นการประวิงเวลาให้การพิจารณาของ
ก.บช. ต้องล่าช้าออกไปอันจะก่อให้เกิด
ความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผู้ที่เกี่ยวข้องก.บช.
จะพิจารณาการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ดังกล่าวและวินิจฉัยไปตามพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่แล้วเท่านั้น
ข้อ 6. ตามบทบัญญัติมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี
พ.ศ. 2505 กำหนดให้ผู้ถูกเพิกถอน
ใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต อาจขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอีกได้เมื่อพ้นกำหนดสามปี
นับแต่วันถูกเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งหาก ก.บช. พิจารณาแล้วไม่ออกใบอนุญาตให้ผู้นั้นจะยื่นคำขอได้อีกต่อ
เมื่อพ้นเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ก.บช.ปฏิเสธการออกใบอนุญาต
และถ้า ก.บช.ปฏิเสธการออกใบอนุญาตในครั้ง
ที่สองนี้แล้ว ผู้นั้นหมดสิทธิขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอีกต่อไป
นั้นก.บช. จึงกำหนดหลักเกณฑ์
การพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตสำหรับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตซึ่งเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ไว้ โดยจะไม่พิจารณารับขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตให้อีกหากผู้ขอขึ้นทะเบียนถูกเพิกถอนใบอนุญาต
เนื่องจากได้กระทำการอันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพอย่างร้ายแรงเพราะได้กระทำการ
อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ
(1)
ลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชีโดยมิได้มีการปฏิบัติงานตรวจสอบใด
ๆ
(2)
ลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชีเป็นจำนวนมากราย
ซึ่ง ก.บช. พิจารณาเห็นว่าไม่อยู่ใน
วิสัยที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะสามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานการสอบบัญชี
และมีลักษณะเป็นการ
รับจ้างลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชี
(3)
แสดงข้อความหรือพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อ ก.บช.
หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการชี้แจง
การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบบัญชี หรือ
(4)
กระทำการหรือมีพฤติกรรมอย่างหนึ่งอย่างใดที่ ก.บช.
พิจารณาเห็นว่าเป็นการกระทำอัน
เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
ข้อ 7. ในกรณีที่เป็นการตรวจสอบงบการเงินรอบปีบัญชี
2544 ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
แจ้งรายชื่อธุรกิจผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี
พ.ศ. 2543 ที่ตนได้ลงลายมือชื่อ
รับรองการสอบบัญชี และจะลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชีต่อสำนักงาน
ก.บช. ภายใน
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 และในกรณีที่จำนวนธุรกิจผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ตนตรวจสอบ
เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากที่ได้แจ้งไว้แล้ว ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้นต่อ
สำนักงาน ก.บช. ก่อนวันที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชีในรายงานการสอบบัญชี
ประกาศ ณ วันที่ 11 ธันวาคม
พ.ศ. 2544
(ลงชื่อ) การุณ กิตติสถาพร
(นายการุณ กิตติสถาพร)
ปลัดกระทรวงพาณิชย์
ประธานคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี
(ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป
เล่ม 118 ตอนพิเศษ 131 ง วันที่ 28 ธันวาคม 2544)